[{"ชื่อภาษาไทย":"โคอาลา","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Koala","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Phascolarctos cinereus","สิ่งที่น่าสนใจ":"ขนมีสีเทาถึงน้ำตาลปนเหลือง และมีสีขาวบริเวณคาง หน้าอก ด้านหน้าของแขนและขา ขนบริเวณหูมีลักษณะเป็นปุย และมีขนสีขาวที่ยาวกว่าบริเวณอื่น ตัวเมียจะมีกระเป๋าหน้าท้องเหมือนจิงโจ้ ตัวผู้จะมีต่อมกลิ่นสีน้ำตาลแถบสีขาวตรงหน้าอก","ถิ่นอาศัย":"รัฐควีนส์แลนด์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐวิกตอเรีย และรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย","อาหาร":"ใบยูคาลิปตัส","พฤติกรรม":"โดยปกติโคอาล่าเคลื่อนไหวช้า ใช้เวลานอนถึง 16–24 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อรักษาพลังงานไว้","สถานภาพปัจจุบัน":"มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์","อายุเฉลี่ย":"โตเต็มวัยอายุ 2-3 ปี อายุเฉลี่ย 13–20 ปี","วัยเจริญพันธุ์":"ตัวเมียเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 3 - 4 ปี ฤดูการสืบพันธุ์อยู่ในช่วงกันยายน ถึง มีนาคม ใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 34–36 วัน มักมีลูกปีละ 1 ตัว","ขนาดและน้ำหนัก":"คอาลาที่อยู่ทางตอนใต้จะมีขนาดใหญ่กว่าที่อื่น โดยตัวผู้สูงเฉลี่ย 78 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 11.8 กิโลกรัม ตัวเมียสูงเฉลี่ย 72 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 7.9 กิโลกรัม โคอาลาที่อยู่ทางตอนเหนือ ตัวผู้มีน้ำหนักเฉลี่ย 6.5 กิโลกรัม ตัวเมียมีน้ำหนักเฉลี่ย 5.1 กิโลกรัม","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/13","VDO สารคดี":"https://youtu.be/lJ2j4Crcka0"},{"ชื่อภาษาไทย":"คาปิบารา","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Capybara","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Hydrochoerus hydrochaeris","สิ่งที่น่าสนใจ":"ลักษณะร่างกายของคาปิบาราเป็นการวิวัฒนาการของสัตว์บกที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในน้ำ เช่น การมีแผ่นหนังระหว่างนิ้วเท้าเพื่อการเคลื่อนที่ในน้ำและพื้นโคลน ส่วนตาและจมูกจะวางอยู่ด้านบนของหัวที่มีขนาดใหญ่ ช่วยให้คาปีบาราสามารถเห็นพื้นที่รอบข้าง และหายใจในช่วงการว่ายน้ำได้ ดำน้ำได้นานประมาณ 5 นาที ขนเส้นเล็กหยาบที่ช่วยให้ขนแห้งไว","ถิ่นอาศัย":"คาปิบาราเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่บนบก แต่ใช้เวลาไม่น้อยในแต่ละวันอยู่ในน้ำ ถิ่นที่อยู่จะเป็นสระน้ำ แม่น้ำ ทะเลสาบในพื้นที่ป่าดิบชื้นหรือทุ่งหญ้าและป่าโปร่งซาวันนา","อาหาร":"","พฤติกรรม":"เป็นสัตว์สังคมที่มีการอยู่รวมกับคาปิบาราตัวอื่นๆ เป็นรวมกลุ่มของหลายๆ ครอบครัวมารวมกันโดยมีจำนวนสมาชิกรวมกันประมาณ 10-20 ตัว โดยจะมีเพศผู้ที่เป็นจ่าฝูง และสมาชิกจะประกอบด้วยเพศเมียและลูกๆ รวมทั้งเพศผู้อันดับรองลงมาด้วย โดยตัวผู้ลำดับรองจะอยู่ในพื้นที่วงนอกของฝูง เพื่อเป็นตัวคอยเตือนภัยให้สมาชิกในฝูงรู้ว่ามีสัตว์ผู้ล่ากำลังใกล้เข้ามา กลุ่มของคาปิบารามักจะประกอบด้วยจ่าฝูงและเพศเมียสองตัว โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสมอคือเพศผู้ลำดับรองจะตกเป็นสัตว์เหยื่อของสัตวผู้ล่า ตัวผู้ที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธู์จะถูกไล่ให้ไปอยู่วงนอกของฝูงเพื่อเป็นตัวระวังภัยแทน ตัวจ่าฝูงจะเป็นตัวที่ได้ผสมกับตัวเมียในฝูงและลดความเสี่ยงจากสัตว์ผู้ล่า","สถานภาพปัจจุบัน":"สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์","อายุเฉลี่ย":"โตเต็มวัย อายุ 18 เดือน -อายุขัยเฉลี่ย 6-12 ปี","วัยเจริญพันธุ์":"การผสมพันธุ์ของคาปิบาราจะเกิดในน้ำ ช่วงการตั้งท้องประมาณ 5 เดือน ออกลูกครั้งละ 4-5 ตัว โดยมีเพศเมียตัวอื่นๆ ช่วยดูแล ลูกคาปีบาราจะยังว่ายน้ำไม่เป็น ต้องหลบตามพุ่มไม้ ซึ่งเป็นโอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อของสัตว์ผู้ล่า เช่น หมาจิ้งจอก แร้ง","ขนาดและน้ำหนัก":"ความสูงช่วงไหล่เฉลี่ย 50 เซนติเมตร ความยาวจากปลายจมูกถึงโคนหางเฉลี่ย 130 เซนติเมตร น้ำหนักอยู่ในช่วง 35- 70 กิโลกรัม ทำให้คาปีบาราเป็นหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/14","VDO สารคดี":"https://youtu.be/KdBLX7StU6Q"},{"ชื่อภาษาไทย":"สิงโตขาว","ชื่อภาษาอังกฤษ":"White Lion","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Panthera leo","สิ่งที่น่าสนใจ":"สิงโตขาวมีลักษณะเหมือนกับสิงโตสายพันธุ์อื่นๆแต่มีขนสีขาว สิงโตขาวไม่ได้เป็นสัตว์ที่มีภาวะผิวเผือก พวกมันมีเม็ดสีที่ตา อุ้งเท้าและริมฝีปาก ในความหมายที่ถูกต้องพวกมันมีลักษณะผิวด่างมีสีตาที่ปกติแต่ไม่มีเม็ดสีที่ผิวหนังและขน มีสีผิวที่ผิดปกติเหมือนกับเสือโคร่งขาวแตกต่างจากลูกสิงโตทั่วไป ลูกสิงโตทั่วไปมีจุดตั้งแต่เกิดแต่ขนของลูกสิงโตขาวจะมีสีขาวสะอาดเมื่อผ่านไปหลายเดือนสีขนจะค่อยๆเข้มขึ้นกลายเป็นสีครีมหรือสีงาช้าง","ถิ่นอาศัย":"สิงโตขาวพบได้ภาคตะวันออกของแอฟริกา ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ","อาหาร":"สิงโตล่าสัตว์อื่นเป็นอาหารกินสัตว์ได้เกือบทุกประเภทตั้งแต่กระต่ายจนถึงแรด ล่าสัตว์กีบที่มีขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ เช่น แอนติโลป ม้าลาย วิลดีบีส","พฤติกรรม":"","สถานภาพปัจจุบัน":"สิ่งมีชีวิตที่มีแนวโน้มจะสูญพันธุ์ ของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN Red List) (2010) และ เป็นสิ่งมีชีวิตที่จัดให้อยู่ในอนุสัญญาไซเตส ในบัญชีหมายเลข 2","อายุเฉลี่ย":"","วัยเจริญพันธุ์":"","ขนาดและน้ำหนัก":"","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/15","VDO สารคดี":"https://youtu.be/6dDYB4uMyzc"},{"ชื่อภาษาไทย":"วอมแบท","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Common Wombat","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Vombatus ursinus","สิ่งที่น่าสนใจ":"วอมแบทเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่ตัวเมียมีถุงหน้าท้องเพื่อเป็นพื้นที่ให้ลูกอ่อนเติบโต ส่วนหัวกว้างตาเล็ก พื้นผิวนอกของจมูกขนาดใหญ่ไม่มีขน หูกลมเล็ก คอสั้นแข็งแรง ไหล่มีมัดกล้ามเนื้อ ลำตัวสั้นอ้วนกลมหนาซึ่งเป็นลักษณะของสัตว์ที่อยู่ในโพรงดิน ขนหยาบ สีขนมีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อน เทาและดำ ขาสั้นและกรงเล็บที่แข็งเพื่อช่วยในการขุดดินเพื่อสร้างโพรงใต้ดิน","ถิ่นอาศัย":"วอมแบทจะอยู่ในป่าเขตอบอุ่นที่พื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปออสเตรเลีย วอมแบทจะหลีกเลี่ยงพื้นที่ป่าดิบชื้นและพบเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นภูเขา ในพื้นที่ตอนใต้ของรัฐควีนแลนด์ และตอนใต้ของรัฐนิวเซาเวลจะพบเฉพาะพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลที่ 600 เมตรขึ้นไป วอมแบทจะขุดโพรงในพื้นที่ลาดชั้นเหนือลำธาร และหากินในทุ่งหญ้าโล่ง บริเวณพื้นที่ตอนใต้ของออสเตรเลียและเกาะแทสมาเนียวอมแบทจะเลือกอยู่ในพื้นที่ป่าโปร่ง ป่าละเมาะที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเล วอมแบทจะขุดโพรงดินบนที่ลาดชันเหนือลำห้วย และกินพืชอาหารจากที่โล่งในพื้นป่าที่เป็นทุ่งหญ้า","อาหาร":"วอมแบทจะออกจากโพรงดินหลังพระอาทิตย์ตกดิน และเริ่มกินหญ้า ซึ่งจะใช้เวลาหลายชั่วโมง จะกลับมาพักในโพรงเป็นช่วงๆ หรือหาที่หลบพัก กลับมาที่โพรงดินเพื่อนอนหลับในช่วงก่อนที่พระอาทิตย์ขึ้น ส่วนในช่วงเดือนที่อากาศเย็นจะเห็นวอทแบทหาอาหารกินยาวนานขึ้นและพบอยู่นอกโพรงดินในช่วงเวลากลางวัน อาหารหลักเป็นหญ้าพันธุ์พื้นเมืองหลายชนิด ต้นกก หญ้าถอดปล้อง ในพื้นที่ป่า หญ้าที่วอมแบทชอบกินจะเป็นหญ้าทัสซอค ส่วนในพื้นที่ทุ่งหญ้าจะชอบกินหญ้าแกงการูและหญ้าวัลลาบี ในช่วงที่กินหญ้า ยังกินใบไม้แห้ง หรือแทะเปลือกของต้นไม้แต่ในปริมาณไม่มาก หรือในพื้นที่ที่ชุ่มชื้นยังกินมอสซึ่งจะเป็นแหล่งของน้ำ","พฤติกรรม":"วอมแบทเป็นสัตว์หากินกลางคืนโดยเฉพาะช่วงหัวค่ำและใกล้รุ่ง เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน ในแต่ละวันจะใช้เวลาหลับในโพรงดินถึง 16 ชั่วโมงต่อวัน ในช่วงฤดูหนาวจะเห็นวอมแบทอาบแดดในเวลากลางวัน ช่วงเวลาออกหาหญ้ากินจะเดินเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ซึ่งจะเป็นเส้นทางและพื้นที่เดิม วอมแบทเป็นสัตว์ที่อยู่ตัวเดียว และพื้นที่หากินจะทับซ้อนกัน โดยพบว่าวอมแบทหลายตัวจะใช้โพรงดินเดียวกัน แต่จะใช้ในเวลาที่ต่างกัน เมื่อขุดดิน พวกมันจะใช้กรงเล็บเขี่ยดินที่อยู่ด้านหน้า จากนั้นดันดินไปด้านหลังโดยใช้ตะโพก","สถานภาพปัจจุบัน":"สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์","อายุเฉลี่ย":"มีอายุยืนยาวประมาณ 15-20 ปี","วัยเจริญพันธุ์":"วอมแบทจะตกลูกครั้งละ 1 ตัวในช่วงเวลา 2 ปี ไม่มีฤดูกาลสืบพันธุ์แต่มักพบลูกเกิดใหม่ในช่วงฤดูร้อน ระยะตั้งท้องประมาณ 1 เดือน โดยลูกที่เกิดจะมีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว ลูกวอมแบทจะอยู่ในถุงหน้าท้องของแม่จนกระทั่งหย่านมที่อายุ 12 เดือน ตัวผู้และตัวเมียจะถึงช่วงอายุสมบูรณ์พันธุ์ที่อายุ 2 ปี","ขนาดและน้ำหนัก":"มีหัวและลำตัวยาว 80-130 เซนติเมตร นำ้หนักประมาณ 17-40 กิโลกรัม","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/16","VDO สารคดี":"https://youtu.be/5s7auEFmnSc"},{"ชื่อภาษาไทย":"ฮิปโปโปเตมัส","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Hippopotamus","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Hippopotamus amphibius","สิ่งที่น่าสนใจ":"เป็นสัตว์ที่มีรูปร่างกลมใหญ่ และมีปากกว้างมาก เขี้ยวล่างยาวโค้งเป็นอาวุธสำคัญประจำตัว สังกตเห็นเส้นขนได้บริเวณรอบปาก และใกล้กับปลายหาง ส่วนลำตัวเมื่อมองดูแล้วคล้ายกับไม่มีขน แต่ที่จริงแล้วลำตัวของฮิปโปโปเตมัส มีขนเส้นที่เล็กมาก ๆ และกระจายอยู่ห่าง ๆ กัน หนังหนามีต่อมเมือก ต่อมใต้ผิวหนังจะผลิตเมือกเหลวออกมา เมื่อโดนแสงแดดจะค่อย ๆ กลายเป็นสีแดงอ่อนคล้ายเลือด มีประโยชน์เพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดดและป้องกันการติดเชื้อ","ถิ่นอาศัย":"พบในทวีปแอฟริกา ทางด้านตะวันตก ตะวันออก และทางใต้ ของทวีป","อาหาร":"กินหญ้าเป็นอาหารหลัก","พฤติกรรม":"อยู่รวมกันเป็นฝูง ปกติอาศัยอยู่ในน้ำตามบริเวณน้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อย ๆ ในช่วงเวลากลางวัน และขึ้นบกมาหากินตอนกลางคืน ปกติไม่ดุ แต่ในช่วงผสมพันธุ์ตัวผู้จะต่อสู้กันอย่างดุร้าย จะดุเวลาตกใจหรือได้รับบาดเจ็บ และแม่ลูกอ่อนจะดุมาก ดำน้ำเก่ง สามารถเดินท่องอยู่ใต้น้ำได้","สถานภาพปัจจุบัน":"สัตว์ป่าที่มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุืไปจากธรรมชาติในภายหน้า","อายุเฉลี่ย":"มีอายุยืน 40 - 45 ปี","วัยเจริญพันธุ์":"ฮิปโปโปเตมัสมีระยะตั้งท้องนาน 227 - 240 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกดูดนมในน้ำและจะหย่านมเมื่ออายุประมาณ 4 - 8 เดือน","ขนาดและน้ำหนัก":"น้ำหนักเฉลี่ยตัวเต็มวัยเพศผู้ 1,500 กิโลกรัม ตัวเต็มวัยเพศเมีย 1,300 กิโลกรัม ความยาวร่างกาย จากปลายจมูกถึงโคนหาง 3.3 - 5.2 เมตร ความสูงช่วงไหล่เฉลี่ย 1.5 เมตร","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/4","VDO สารคดี":"https://youtu.be/R9YmYoc4XHM"},{"ชื่อภาษาไทย":"ละมั่งพันธุ์ไทย","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Eld's Deer","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Rucervus eldii siamensis","สิ่งที่น่าสนใจ":"ละมั่งเพศผู้ตัวเต็มวัยมีขนคอยาว","ถิ่นอาศัย":"มีการกระจายในไทย กัมพูชา ลาว จีน และเวียดนาม ในพื้นที่ไม่รก ที่ราบลุ่ม ป่าเต็งรัง และทุ่งหญ้า","อาหาร":"หญ้าต่างๆ","พฤติกรรม":"","สถานภาพปัจจุบัน":"สิ่งมีชีวิตที่ใกล้การสูญพันธุ์","อายุเฉลี่ย":"","วัยเจริญพันธุ์":"","ขนาดและน้ำหนัก":"ความสูงระดับไหล่ 120 - 130 เซนติเมตร น้ำหนัก 95 - 150 กิโลกรัม","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/17","VDO สารคดี":"https://youtu.be/DPSKZ5FvTsE"},{"ชื่อภาษาไทย":"เพนกวินฮัมโบลด์","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Humboldt Penguin","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Spheniscus humboldti","สิ่งที่น่าสนใจ":"มีการดัดแปลงอวัยวะที่ใช้ในการบินเพื่อการว่ายน้ำ มีหน้าอกและท้องสีขาว หลังมีสีดำ ส่วนหัวสีดำ มีลายเส้นสีขาวคาดจากฐานปาก ผ่านด้านข้างหัวลงมาถึงคอ","ถิ่นอาศัย":"อาศัยในเขตร้อนทางหมู่เกาะกูโน และชายฝั่งทะเลของเปรู และชิลี ทวีปอเมริกาใต้ อุณหภูมิที่ต้องการ 22-30 องศาเซลเซียส","อาหาร":"นกเพนกวินฮัมโบลด์หาอาหารกินในทะเล เช่น ปลา กุ้ง ตัวอ่อนของปู ลูกนกกินอาหารจากการคายออกจากกระเพาะของพ่อแม่ นกเพนกวินดื่มน้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม เนื่องจากที่เหนือตามีต่อมขับเกลือ เพื่อขับเกลือส่วนเกินออกได้","พฤติกรรม":"นกเพนกวินฮัมโบลด์หาอาหารกินในทะเล เช่น ปลา กุ้ง ตัวอ่อนของปู ลูกนกกินอาหารจากการคายออกจากกระเพาะของพ่อแม่ นกเพนกวินดื่มน้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม เนื่องจากที่เหนือตามีต่อมขับเกลือ เพื่อขับเกลือส่วนเกินออกได้","สถานภาพปัจจุบัน":"","อายุเฉลี่ย":"","วัยเจริญพันธุ์":"ในฤดูผสมพันธุ์นกชนิดนี้จะอยู่กันเป็นฝูงเล็ก ๆ อยู่ตามน้ำหรือขุดโพรงอยู่ตามพุ่มหญ้าสูงในป่าใกล้กับชายฝั่งทะเล วางไข่ ฟักไข่ ปีละ 1 ครั้งในฤดูใบไม้ผลิ สร้างรังด้วยก้อนหิน กิ่งไม้ ใบหญ้า วางไข่ครั้งละ 1 - 3 ฟอง ใช้เวลาฟักไข่ 39 วัน โดยตัวผู้เป็นผู้ฟักไข่","ขนาดและน้ำหนัก":"เป็นนกที่บินไม่ได้ เป็นนกเพนกวินขนาดกลาง ความยาวลำตัวประมาณ 65 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/3","VDO สารคดี":"https://youtu.be/gU9PRMEQgCg"},{"ชื่อภาษาไทย":"ค่างห้าสี","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Red-shanked Douc Langur","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Pygathrix nemaeus","สิ่งที่น่าสนใจ":"ค่างห้าสีเป็นค่างที่มีสีสะดุดตามาก จัดเป็นค่างที่สวยงามที่สุดในโลก โดยมีสีขนตามร่างกายผสานกัน 5 สี คือ ดำ เทา ขาว น้ำตาลแดงและ ส้ม ส่วนหลัง กระหม่อม แขนบนด้านด้านนอกและหน้าท้องขนสีเทา หน้าอก แขนบนด้านใน ต้นขาด้านในและนอก รวมทั้งมือและเท้าขนสีดำ หน้าแข้งและน่องสีขนสีน้ำตาลแดง แขนท่อนล่างและหางสีขาว","ถิ่นอาศัย":"พบการกระจายพันธุ์ในพื้นที่ภาคกลางของเวียดนาม ตะวันออกของเฉียงเหนือของลาว ตะวันออกเฉียงใต้ของกัมพูชา","อาหาร":"กินใบไม้ ยอดไม้เหมือนค่างทั่วไป","พฤติกรรม":"เป็นสัตว์สังคมที่อยู่รวมกันเป็นฝูงทั้งสองเพศ จำนวนของเพศเมียมากกว่า โดยเพศผู้จะเป็นผู้นำฝูง ขนาดของกลุ่มขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของอาหารและการรบกวนจากมนุษย์ หากินในเวลากลางวัน ด้วยการเคลื่อนตัวในชั้นเรือนยอดของป่า การเคลื่อนที่ด้วยการโหนตัวตามกิ่งไม้ด้วยมือและแขน รวมทั้งการกระโดดโดยใช้ขาหลังผลักตัวให้เคลื่อนไปข้างหน้า และการเหยียดแขนขึ้นเหนือหัว หางจะเป็นตัวช่วยในการการสร้างความสมดุล ตอนกลางคืนนอนบนส่วนเรือนยอดของต้นไม้ใหญ่ที่มีใบไม้ปกคลุมหนาแน่น","สถานภาพปัจจุบัน":"สิ่งมีชีวิตที่ใกล้การสูญพันธุ์","อายุเฉลี่ย":"อายุขัยเฉลี่ย 25 ปี","วัยเจริญพันธุ์":"การผสมพันธุ์จะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงธันวาคม ระยะตั้งท้องอยู่ในช่วง 165 - 190 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว เพศเมียถึงช่วงวัยสมบูรณ์พันธุ์ที่อายุ 4 ปี ส่วนเพศผู้อยู่ในช่วง 4 - 5 ปี","ขนาดและน้ำหนัก":"ค่างห้าสีเพศผู้ความยาวหัวรวมลำตัว เฉลี่ย 61 เซนติเมตร เพศเมีย 54.5 เซนติเมตร น้ำหนักเพศผู้เฉลี่ย 11 กิโลกรัม ส่วนเพศเมีย 8.44 กิโลกรัม ส่วนความยาวหางอยู่ในช่วง 55.8 - 76.2 เซนติเมตร","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/5","VDO สารคดี":"https://youtu.be/NE1cgLz76OE"},{"ชื่อภาษาไทย":"สมเสร็จ","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Malayan Tapir","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Tapirus indicus","สิ่งที่น่าสนใจ":"เป็นสัตว์กีบเดี่ยว มีลักษณะของสัตว์หลายชนิดอยู่รวมกันในตัว กล่าวคือ รูปร่างคล้ายหมู กีบเท้าคล้ายแรด จมูกและริมฝีปากมนยาวยื่นออกมาคล้ายงวงช้าง หางสั้นคล้ายหางหมี หูเล็กสั้นกลม ตาเล็ก สมเสร็จเป็นสัตว์กีบคี่เช่นเดียวกับแรดและกระซู่แต่ไม่มีนอบริเวณจมูกตีนหลังของสมเสร็จมีกีบนิ้ว 3 นิ้วคล้ายแรดส่วนตีนหน้ามีกีบนิ้ว 4 นิ้วลักษณะกีบค่อนข้างเรียวแยกจากกันโดยมีร่องระหว่างนิ้วลึกร่องขารวมถึงหางและก้นเป็นสีดeบริเวณกลางลำตัวตั้งแต่หลังขาหน้าถึงก้นเป็นสีขาวหนังตามลำตัวของสมเสร็จไม่หนา และไม่มีรอยพับเหมือนแรดและกระซู่ ยกเว้นบริเวณคอจะมีแผ่นหนังหนามากไว้ช่วยป้องกันอันตรายจากศัตรู เช่น เสือโคร่งที่ชอบตะปบเหยื่อบริเวณคอ สมเสร็จเอเชียมีขนาดใหญ่กว่าสมเสร็จพันธุ์อื่นๆ และตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้","ถิ่นอาศัย":"พบในเอเชียตั้งแต่แถบเทือกเขาตะนาวศรีของไทย ลงไปจนถึงคาบสมุทรมลายา สุมาตรา","อาหาร":"สมเสร็จกินใบไม้ ต้นอ่อนของพืช ผลไม้ พืชน้ำ และหญ้า เป็นอาหาร","พฤติกรรม":"ปกติชอบอยู่ลำพังตัวเดียวหรืออยู่กับลูก จะอยู่เป็นคู่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน รักสงบ อาศัยตามป่าดงดิบหรือป่าทึบ ใกล้แหล่งน้ำลำธาร ชอบนอนแช่น้ำปลักโคลน ดำน้ำเก่งมาก จมูกไว เนื่องจากมีตาเล็กการมองเห็นไม่ดีนัก การดำรงชีวิตจะใช้จมูกในการดมกลิ่นมากกว่า ส่งเสียงร้องเหมือนนกหวีดเมื่อภัยมา การทำกิจกรรมของสมเสร็จจึงใช้เวลากลางคืนมากกว่ากลางวันโดยมีเวลาการทำกิจกรรมอยู่ในระหว่าง 18.00 น. จนถึง 05.00 น. ในตอนเช้ามืด เป็นสัตว์ที่ถ่ายมูลซ้ำที่เดิมโดยพบมากที่สุดบริเวณสันเขา มีการติดต่อสื่อสารโดยการขูดดินซึ่งมักจะทำในบริเวณใกล้ต้นไม้ใหญ่การขูดดินนี้จะพบมากบริเวณสันเขาและลาดเขาในฤดูฝน เนื่องจากในฤดูฝนการสื่อสารโดยใช้กลิ่นทำได้ไม่ค่อยได้ผลจึงทำให้มีการทำสัญลักษณ์เพิ่มมากขึ้น","สถานภาพปัจจุบัน":"สิ่งมีชีวิตที่ใกล้การสูญพันธุ์","อายุเฉลี่ย":"มีอายุยืนประมาณ 20-30 ปี","วัยเจริญพันธุ์":"สมเสร็จเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่อเพศผู้มีอายุประมาณ 3 ปีและเพศเมียมีอายุ 2.8 ปี ตั้งท้องนานปรมาณ 390-395 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกจะอยู่กับแม่นานราว 6-8 เดือนจึงจะแยกตัวออกไป","ขนาดและน้ำหนัก":"","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/6","VDO สารคดี":"https://youtu.be/tckS-6ueop8"},{"ชื่อภาษาไทย":"เสือโคร่งอินโดจีน","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Indochinese Tiger","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Panthera tigris corbetti","สิ่งที่น่าสนใจ":"เสือโคร่ง อินโดจีนเป็นสายพันธุ์ขนาดกลางของสัตว์กลุ่มเสือ เสือโคร่งอินโดจีนโดยทั่วไปจะมีขนาดเล็กกว่าเสือโคร่งเบงกอลและไซบีเรีย ส่วนหัวมีขนาดเล็กกว่าเสือโคร่งเบงกอล สีพื้นตามตัวเป็นสีเข้มกว่า ขนค่อนข้างสั้น และลายแถบเป็นเส้นเดี่ยวๆ","ถิ่นอาศัย":"พบเสือโคร่งอินโดจีน ในหลายแหล่งที่อยู่อาศัยจากป่าเขตร้อนไปจนถึงป่าหญ้าสูง และป่าภูเขาที่เงียบสงบ โดยทั่วไปเสือต้องใช้พื้นที่ป่าที่มีต้นไม้หนาแน่น สามารถเข้าถึงพื้นที่แหล่งน้ำได้ และมีเหยื่อที่มีขนาดใหญ่เพียงพอ","อาหาร":"กวางป่า หมูป่า เลียงผา วัวแดง ลูกกระทิง เก้ง และลิง","พฤติกรรม":"เสือโคร่งอินโดจีน มีการกระจาย ในพม่า ไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม","สถานภาพปัจจุบัน":"ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered; EN) ตามบัญชีแดงของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN Red List, 2011) - เป็นชนิดพันธุ์ที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีสัตว์หมายเลข 1 ของอนุสัญญาการค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ (CITES)","อายุเฉลี่ย":"อายุยืน 15-26 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพความเป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในป่าหรือในการเพาะเลี้ยง","วัยเจริญพันธุ์":"มีระยะการตั้งท้องนาน 3 ถึง 4 เดือน เพศเมียสามารถให้ลูกได้ถึง 5 ตัว ลูกเสือแรกเกิดมีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม","ขนาดและน้ำหนัก":"ตัวผู้มีขนาดตั้งแต่ 255 ถึง 285 เซนติเมตร หนัก 150-195 กิโลกรัม ตัวเมียมีขนาด 230-255 เซนติเมตร และ มีน้ำหนัก 100-130 กิโลกรัม","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/7","VDO สารคดี":"https://youtu.be/nkFfvb-R_HY"},{"ชื่อภาษาไทย":"สล็อต 2 นิ้ว","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Two-toed Sloth","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Choloepus didactylus","สิ่งที่น่าสนใจ":"ลักษณะร่างกายและสีขนทั้งตัวผู้และตัวเมียจะเหมือนกัน หัวกลมสั้น ใบหน้าแบน ส่วนจมูกและปากที่ยื่นออกมาจะไม่มีขน ใบหูกลมและหนาแต่จะถูกคลุมไว้ด้วยขน สีขนของสล็อตเมื่อโตเต็มที่จะมีสีเทา น้ำตาลอ่อน โดยที่ขนส่วนหัวและหลังจะดำกว่าส่วนของลำตัว ขนของสล็อตจะมี 2 ชั้น ขนชั้นในจะนิ่ม ส่วนขนชั้นนอกจะยาวและพื้นผิวหยาบ ขนชั้นนอกจะยาวได้ถึง 15 เซนติเมตร จากการที่สล็อตสองนิ้วใช้เล็ยที่ยาวเกาะที่กิ่งไม้แล้วส่วนลำตัวจะแขวนห้อยลงมาโดยส่วนท้องจะอยู่ด้านบน ขนที่คลุมท้องจะแยกเป็นสองส่วนตรงเส้นกลางท้อง และแนวเส้นขนพาดด้านข้างลำตัว ซึ่งขนในลักษณะดังกล่าวจะทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาไหลผ่านลำตัวไป ขนยังช่วยในการรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่ ในช่วงฤดูร้อน ขนจะเป็นสีน้ำตาล ในช่วงเวลาที่ฝนตกชุกสีขนจะมีสีเขียวแทรกเนื่องจากสาหร่ายที่อยู่ตามร่องขนเจริญเติบโตขึ้น การแยกสล็อตสองนิ้วฮอฟแมน(Hoffman’s two-toed sloths) จากสล็อตสองนิ้วลิเนียส (Linnaeus's two-toed sloth) คือสีขนส่วนไหล่และขาหน้าจะไม่เป็นสีดำ","ถิ่นอาศัย":"สล็อตสองนิ้วดำรงชีวิตอยู่เฉพาะส่วนเรือนยอดไม้ ในพื้นที่ป่าดิบชื้น ทั้งบริเวณพื้นราบและภูเขา กระจายพันธุ์ในตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้และบริเวณอเมริกากลาง","อาหาร":"สล็อตเป็นสัตว์ที่กินใบไม้เป็นอาหารหลัก ซึ่งหมายถึงสัตว์ที่กินใบไม้ กิ่งอ่อน ใบอ่อน ผลไม้และดอกไม้ น้ำหนักเฉลี่ยที่สล็อตกินต่อวันที่ 350 กรัม เป็นสัตว์ที่ย่อยใบพืชได้ช้าที่สุด โดยอัตราเคลื่อนตัวของอาหารผ่านทางเดินอาหาร 2 วันครึ่ง กระเพาะอาหารของสล็อตจะคล้ายสัตว์เคี้ยวเอื้อง โดยแบคทีเรียจะย่อยเยื่อใยที่มีในพืชอาหารที่สล็อตกินเข้าไป ระบบร่างกายของสล็อตมีอัตราการเผาผลาญพลังงานที่ต่ำ ทำให้สล็อตดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยปริมาณอาหารที่กินเข้าไปน้อย และอัตราการเคลื่อนตัวของอาหารที่ต่ำจะช่วยปรับสภาพความเป็นพิษของพืชอาหารให้ลดลง","พฤติกรรม":"ใช้ชีวิตอยู่บนต้นไม้เท่านั้น การกิน นอนและช่วงการตกลูกจะเกิดขึ้นที่กิ่งไม้ที่สล็อตเกาะอยู่ สล็อตเป็นสัตว์ที่ดำรงชีวิตอยู่ตัวเดียว การใช้ชีวิตร่วมกันมีเฉพาะระหว่างแม่และลูกสล็อต สล็อตสองนิ้วเป็นสัตว์กินพืชที่ออกหากินเวลากลางคืน กิจกรรมมักจะเริ่มต้นประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากพระอาทิตย์ตกและสิ้นสุดลงเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ช่วงเวลากลางวันจะเกาะอยู่ที่บริเวณกึ่งกลางของเรือนยอด และช่วงค่ำจะเคลื่อนที่สูงขึ้นสู่ส่วนปลายของเรือนยอด การเคลื่อนที่ของสล็อตในแต่ละวันจะไม่เกิน 36.58 เมตร การเคลื่อนที่ในแต่ละครั้งเฉลี่ย 30 เซนติเมตร สล็อตไม่สามารถรักษาอุณหภูมิร่างการให้คงที่ได้โดยอุณหภูมิจะผันแปรตามสภาพสิ่งแวดล้อมจะอยู่ในช่วง 24-33 องศาเซลเซียส สล็อตไม่สามารถสั่นกล้ามเนื้อได้เนื่องจากอัตราการเผาผลาญพลังงานต่ำและมีมวลกล้ามเนื้อน้อย ขนจะเป็นอวัยวะที่ช่วยในการรักษาอุณภูมิของร่างกาย การเคลื่อนที่เข้าออกจากพื้นที่บนต้นไม้ที่มีแดดส่องเข้ามาจะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่จะช่วยรักษาอุณภูมิร่างกายให้คงที่เหมาะสม พื้นที่อาศัยของสล็อตคือบนเรือนยอดไม้เท่านั้น แต่ทุกสัปดาห์ สล็อตจะเคลื่อนที่มาที่ที่โคนต้นไม้เพื่อถ่ายมูล การที่สล็อตเคลื่อนที่น้อยและสีขนที่ช่วยในการพรางตัวทำให้สล็อต ลดการตกเป็นสัตว์เหยื่อ เช่น นกอินทรีฮาร์ปี้ รวมทั้งเสือจากัวร์ แมวป่าโอซีลอต งูอนาคอนด้า เป็นต้น","สถานภาพปัจจุบัน":"สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์ของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN Red List 2010 ).","อายุเฉลี่ย":"อายุขัยในป่าเฉลี่ย 12 ปี ส่วนในสวนสัตว์เฉลี่ย 31 ปี การตายในป่าเนื่องจากพื้นที่ป่าลดลง ล่าเพื่อเป็นอาหารโดยมนุษย์และสัตว์ล่าเหยื่อ","วัยเจริญพันธุ์":"สล็อตตัวผู้จะบอกว่ามีตัวตนอยู่ที่นี่ด้วยการหลั่งของเหลวที่มีกลิ่นและติดที่กิ่งไม้ ตัวเมียที่พร้อมสำหรับการผสมพันธุ์จะส่งเสียงร้องเพื่อให้ตัวผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นรับรู้ สล็อตตัวผู้ที่สนใจก็จะเคลื่อนที่เข้ามาหาตัวเมียที่พร้อมผสมพันธุ์ ถ้ามาถึงพร้อมกันการเผชิญหน้าจะเกิดขึ้น การต่อสู้กันจะอยู่ในท่าที่เล็บนิ้วเกาะและลำตัวห้อยลงมา ใช้เล็บของขาหลังทั้งสองข้างเกาะกิ่งไม้ไว้ และจะใช้มือและเล็บของขาหน้าเกาะและเหนี่ยวตัวกันไปมาจนกว่าจะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยอมแพ้ ซึ่งหมายถึงตัวที่ชนะจะไล่คู่ต่อสู่ลงจากต้นไม้ต้นนั้นไป ฤดูผสมพันธุ์ของสล็อตจะเป็นช่วงฤดูฝนและช่วงเวลาที่ตกลูกจะเป็นช่วงฤดูร้อน ระยะตั้งท้องประมาณ 11 เดือน 15 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกที่เกิดใหม่จะมีเล็บเพื่อใช้ในการเกาะตัวแม่ แม่สล็อตจะอุ้มลูกนาน 6-9 เดือน ก่อนที่ลูกสล็อตจะแยกตัวไปหากินด้วยตัวเอง ลูกสล็อตสามารถกินอาหารเช่นใบพืชภายใน 2-5 สัปดาห์ การให้นมอาจหยุดได้เนื่องจากลูกได้รับอาหารที่กินเข้าไปได้ภายใน 1 เดือน ตัวผู้จะถึงช่วงอายสมบูรณ์พันธุ์ที่อายุ 3 ปี ส่วนตัวเมียที่ 4-5 ปี ช่วงเวลาระหว่างลูกแต่ละตัวอย่างน้อย 15 เดือน ตัวเมียจะเลี้ยงลูกเพียงตัวเดียวจนกระทั่งลูกสล็อตแยกตัวไปหากินเอง ลูกสล็อตจะพึ่งพาน้ำนมจากแม่เป็นช่วงเวลาประมาณ 1 เดือน เมื่อลูกสล็อตเกาะไปกับตัวแม่ จะเป็นช่วงเวลาเรียนรู้ชนิดอาหารและพื้นที่ที่พืชอาหารชนิดนี้อยู่ เมื่ออายุได้ 6-9 เดือนจะเป็นช่วงอายุที่ลูกสล็อตจะแยกจากแม่เพื่อหากินด้วยตัวเอง","ขนาดและน้ำหนัก":"ความยาวส่วนหัวรวมลำตัว 50-56 เซนติเมตร น้ำหนักของตัวเต็มวัยอยู่ในช่วง 4-9 กิโลกรัม ส่วนมือและเท้ามีลักษณะเพื่อการเกาะกับกิ่งโดยจะมีเล็บโค้งยาว 7.6-10 เซนติเมตร","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/8","VDO สารคดี":"https://youtu.be/8O0FylgUBXk"},{"ชื่อภาษาไทย":"ยีราฟ","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Giraffe","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Giraffa camelopardalis","สิ่งที่น่าสนใจ":"เป็นสัตว์บกที่สูงที่สุด มีคอยาวมาก มีเขาทั้งในตัวผู้และตัวเมีย ไม่ผลัดเขา เขามีขนปกคลุมอยู่ หนังมีขนสั้นสีน้ำตาล มีลายขาวแปลกตา ปากและลิ้นยาว ใช้ริมฝีปาก และลิ้นม้วนวนจับใบไม้ได้ มีเต้านม 4 เต้า.","ถิ่นอาศัย":"พบเฉพาะในทวีปแอฟริกา แถบทุ่งหญ้าสะวันนา ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า ตั้งแต่ไนจีเรียไปจนจรดแม่น้ำออเรนจ์","อาหาร":"ยีราฟจะเล็มใบไม้จากกิ่งไม้ในระดับสูงของต้นไม้ โดยเฉพาะใบไม้ตระกูลอาแคเซีย ซึ่งใบไม้จะมีแคลเซี่ยมและโปรตีนที่เหมาะกับการอัตราการเจริญเติบโตของยีราฟ โดยในหนึ่งวันยีราฟกินใบไม้เฉลี่ย 34 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว เนื่องจากใบไม้เป็นพืชอาหารที่มีคูณภาพ และระบบทางเดินอาหารของยีราฟเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ คือเป็นสัตว์กินพืชที่อยู่ในกลุ่มที่มีการขย้อนอาหารที่ย่อยแล้วบางส่วนออกมาเคี้ยวซ้ำ ( สัตว์เคี้ยวเอื้อง )และกระเพาะอาหารแบ่งออกเป็น 4 ส่วนเพื่อช่วยในการย่อยพืชอาหาร","พฤติกรรม":"มักพบยีราฟอยู่รวมกันเป็นฝูงซึ่งมีขนาดแตกต่างกันตามสภาพภูมิประเทสและอากาศ ฝูงของยีราฟจะเป็นไปในลักษณะที่แต่ละตัวอยู่ห่างกันน้อยกว่า 1 กิโลเมตรและเดินทางไปในทิศทางเดียวกัน ฝูงจะเป็นแบบแยกเพศ โดยฝูงของเพศเมียและลูกๆ และฝูงของยีราฟหนุ่ม ส่วนยีราฟเพศผู้อายุมากจะอยู่ตัวเดียวหรือมารวมกับฝูงเพศเมย ขนาดฝูงมีตั้งแต่ 1 - 66 ตัว ศัตรูสำคัญของยีราฟคือเสือดาวและสิงโต ซึ่งยีราฟป้องกันตัวโดยใช้หัวเหวี่ยงและใช้เท้าเตะ","สถานภาพปัจจุบัน":"สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์","อายุเฉลี่ย":"ในสวนสัตว์ยีราฟมีอายุขัยประมาณ 25 ปี ส่วนในป่าอยู่ในช่วง 10 - 15 ปี","วัยเจริญพันธุ์":"ยีราฟเริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุราว 3 ปีครึ่ง ตั้งท้องนาน 420 - 468 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกหย่านมเมื่ออายุ 10 เดือน เป็นสัดทุก 14 วัน แต่ละครั้งเป็นอยู่นาน 24 ชั่วโมง","ขนาดและน้ำหนัก":"ความสูงของยีราฟในช่วงอายุโตเต็มวัยจากพื้นถึงปลายเขา 4.3 - 5.7 เมตร โดยเพศผู้จะสูงกว่าเพศเมีย น้ำหนักเฉลี่ยของเพศผู้ 1192 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียน้ำหนักเฉลี่ย 828 กิโลกรัม","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/9","VDO สารคดี":"https://youtu.be/uzKlHxKMiSc"},{"ชื่อภาษาไทย":"ลีเมอร์หางแหวน","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Ring-tailed Lemur","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Lemur catta","สิ่งที่น่าสนใจ":"สัตว์ตระกูลลิง โครงหน้าเรียวและแคบ จมูกยื่นยาวคล้ายหมาป่า ขนบนร่างกายแน่น สีขนส่วนหลังสีเทาหรือนำ้ตาลแดง ส่วนหัวและคอสีเทาดำ แขนและขาสีเทา ส่วนท้องและใบหน้าสีขาว ขนรอบดวงตาสีดำเรียงตัวกันคล้ายสามเหลี่ยม มีหางยาว โดยส่วนหางมีขนสีดำและสีขาวสลับกันเป็นวงแหวน โดยแถบสีขาวจะมี 12 -13 แถบ ส่วนแถบสีดำมี 13 -14 แถบ ส่วนปลายเป็นแถบสีดำ","ถิ่นอาศัย":"อาศัยในป่าเบญจพรรณ ป่าละเมาะ และป่าริมฝั่งแม่น้ำทางตอนใต้และทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะมาดากัสการ์","อาหาร":"เป็นสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์โดยกินผลไม้และ ใบไม้มากกว่า ส่วนอื่นๆ ของพืชที่กินเช่น ดอกไม้ เปลือกไม้ กลุ่มสัตว์ที่กินเช่น แมลง กิ้งก่า นก","พฤติกรรม":"เป็นสัตว์สังคม ชอบอยู่เป็นฝูงประมาณ 12 -24 ตัว โดยเพศเมียมีลำดับสูงกว่าเพศผู้ หากินในเวลากลางวัน ใช้พื้นที่หากินทั้งบนพื้นดินและบนต้นไม้ มีการสื่อสารกับสมาชิกในฝูงตัวอื่นด้วยเสียงและการใช้กลิ่น","สถานภาพปัจจุบัน":"สิ่งมีชีวิตที่ใกล้การสูญพันธุ์","อายุเฉลี่ย":"อายุขัยเฉลี่ย 25-30 ปี","วัยเจริญพันธุ์":"การจับคู่ผสมพันธุ์แบบเพศผู้ที่มีอันดับสูงในฝูงจะมีโอกาสผสมกับลีเมอร์เพศเมียหลายตัวในฝูงมากกว่าเพศผู้ที่อันดับในฝูงต่ำกว่า ผสมพันธุ์ช่วงเดือนเมษายน ถึงมิถุนายน มีวงรอบปีละครั้ง ระยะตั้งท้อง 4-4.5 เดือน โตเต็มวัยอายุ 2.5-3 ปี ออกลูกครั้งละ 1-2 ตัว","ขนาดและน้ำหนัก":"น้ำหนักระหว่าง 2.3-3.5 กิโลกรัม ความยาวจากปลายจมูกถึงโคนหาง 39 - 46 เซนติเมตร หางยาว 56 - 63 เซนติเมตร","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/10","VDO สารคดี":"https://youtu.be/hj3gUU2lbCc"},{"ชื่อภาษาไทย":"แรดขาว (2 นอ)","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Southern White Rhinoceros","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Ceratotherium simum simum","สิ่งที่น่าสนใจ":"แรดขาวเป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่รองจากช้าง มีลำตัวขนาดใหญ่ ขาใหญ่สั้นและมีเล็บเท้าข้างละ 3 นิ้ว มีสันของกล้ามเนื้อด้านบนของคอ ที่เป็นกล้ามเนื้อที่จะรองรับหัวที่มีขนาดใหญ่ ส่วนหัวยาว มีนอ 2 อันบนสันจมูก โดยอันหน้าจะยาวกว่า สีผิวของแรดขาวเป็นสีเทาจนถึงสีน้ำตาลเหลือง ริมฝีปากของแรดขาวจะกว้างและเป็นรูปสี่เหลี่ยม","ถิ่นอาศัย":"แรดขาวใต้ กระจายพันธุ์ในพื้นที่แอฟริกาตอนใต้ โดยร้อยละ 98.5 อยู่ในประเทศแอฟริกาใต้ นามิเบีย ซิมบับเว เคนยาและอูกันดา ประชากรในป่าที่สำรวจในปี 2550 ประมาณ 17,480 ตัว ( IUCN 2551 )","อาหาร":"กินหญ้าเป็นส่วนใหญ่ และกินพุ่มไม้เตี้ย ๆ มากกว่าใบไม้","พฤติกรรม":"แรดขาวเป็นสัตว์ที่มีความซับซ้อนทางโครงสร้างสังคม โดยเป็นฝูงของเพศเมียที่สมบูรณ์พันธุ์กับลูก ๆ ส่วนเพศผู้เที่สมบูรณ์พันธุ์จะสร้างอาณาเขตของตัวเอง ด้วยการลาดตระเวณและจะแสดงพฤติกรรมหวงพื้นที่ และการประกาศอาณาเขตให้แรดขาวตัวอื่นๆ ทราบด้วยการถ่ายมูลและปัสสาวะ อาณาเขตของเพศผู้ที่เด่นที่สุดในพื้นที่จะมีการทับซ้อนกับเพศผู้ตัวอื่นๆ หลายตัว และจะปล่อยให้ฝูงของเพศเมียอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง การผสมพันธุ์จะเกิดขึ้นตลอดทั้งปี ในช่วงการเกี้ยวพาราสี คู่ผสมพันธุ์จะมีการวิ่งไล่ ใช้นอชนกัน และส่งเสียงร้องระหว่างกัน แต่ถ้าตัวเมียแสดงอาการเกรี้ยวกราดใส่เพศผู้จะอยู่ห่าวไว้ แต่ถ้าเพศเมียที่เป็นสัดจะออกจากอาณาเขตของตัวผู้ตัวที่เด่น เพศผู้จะขวางเส้นทางหรือไล่ให้อยู่ภายในอาณาเขต เพศเมียที่พร้อมจะรับการผสมจะแสดงพฤติกรรมคือขดหางเป็นวงและยืนนิ่งให้เพศผู้ขึ้นผสม การผสมพันธุ์จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที คู่ผสมพันธุ์จะอยู่ด้วยกันเป็นเวลา 5-20 วันก่อนที่จะแยกจากกัน ระยะตั้งท้องประมาณ 16 เดือน","สถานภาพปัจจุบัน":"สิ่งมีชีวิตที่เกือบอยู่ในข่ายเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์","อายุเฉลี่ย":"อายุขัยเฉลี่ยประมาณ 46 - 50 ปี","วัยเจริญพันธุ์":"แรดขาวเพศเมียถึงช่วงอายุสมบุรณ์พันธุ์ประมาณ 6 - 7 ปี ส่วนเพศผู้ประมาณ 10 – 12 ปี","ขนาดและน้ำหนัก":"ความยาวหัวและลำตัวในแรดขาวเพศผู้ 3.7 – 4.0 เมตร ส่วนเพศเมีย 3.4 ถึง 3.65 เมตร ความสูงช่วงไหล่ในแรดขาวเพศผู้ 170 – 186 เซนติเมตร ส่วนเพศเมีย 160 – 177 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ยเพศผู้หนัก 2,300 กิโลกรัม ส่วนเพศเมีย 1,700 กิโลกรัม ลูกจะมีน้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม ในเวลา 18 เดือน","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/11","VDO สารคดี":"https://youtu.be/u3lc2WEtEnU"},{"ชื่อภาษาไทย":"อุรังอุตัง","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Orang-utan","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Pongo pygmaeus","สิ่งที่น่าสนใจ":"เป็นลิงที่มีรูปร่างคล้ายคน ไม่มีหาง แขนยาวแต่ขาสั้นและค่อนข้างเล็ก มีขนยาวหยาบรุงรังสีน้ำตาลแดง หูเล็กมากเมื่อเทียบกับของชิมแปนซีและกอริลล่า ตัวผู้จะมีถุงลมใต้คอหอยขนาดใหญ่ เมื่อมันโตเป็นหนุ่มเต็มตัว กระพุ้งแก้มจะเจริญห้อยย้อยเป็นถุงขนาดใหญ่เห็นได้ชัด คำว่า “อุรังอุตัง” เป็นภาษามลายู มีความหมายว่า “คนป่า” ลิงอุรังอุตังมี 2 พันธุ์ คือ พันธุ์สุมาตราและพันธุ์บอร์เนียว","ถิ่นอาศัย":"พบตามป่าร้อนชื้นของเกาะบอร์เนียว และเกาะสุมาตรา","อาหาร":"อาหารหลักในธรรมชาติของมันได้แก่ผลไม้ป่าชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะพวกที่มีรสขมและเปรี้ยวจะชอบมาก ตาอ่อนของพืช ใบไม้กิ่งไม้สด ๆ และยังกินพวกแมลง ไข่นก จิ้งจก สัตว์เล็กอื่น ๆ ได้อีกด้วย ทุเรียนเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ลิงอุรังอุตังชอบมาก","พฤติกรรม":"ชอบอาศัยอยู่บนต้นไม้ และเคลื่อนที่ไปโดยการห้อยโหนโยนตัวจากกิ่งหนึ่งไปอีกกิ่ง กินน้ำโดยใช้ปากก้มลงดื่มโดยตรง ไม่ใช้หลังมือจุ่มน้ำขึ้นมากินอย่างชะนี เวลาลงมาบนพื้นดินส่วนใหญ่จะใช้ทั้ง 4 ขาในการเคลื่อนไหว แต่บางทีก็ใช้ 2 ขา ปกติเราจะพบมันชอบอยู่กันเป็นฝูง ๆ มีการสร้าง “รังนอน” บนคบคาไม้ได้เช่นเดียวกับชิมแปนซี มีนิสัยเชื่อง ไม่ดุ แต่เมื่ออายุมากมักดุอาจมีอันตรายจึงไม่ควรไว้ใจ ปกติลิงอุรังอุตังตัวผู้จะอยู่ตัวเดียว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับตัวเมีย","สถานภาพปัจจุบัน":"","อายุเฉลี่ย":"อายุยืนถึง 40 ปี","วัยเจริญพันธุ์":"นอกจากระยะผสมพันธุ์ และไม่สนใจเกี่ยวกับครอบครัวของตน ลิงอุรังอุตังจะโตเป็นหนุ่มสาวพร้อม ผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 10 ปี ตั้งท้องนานประมาณ 250–275 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกจะหย่านมแม่เมื่ออายุประมาณปีครึ่ง เป็นสัดทุก ๆ 23–39 วัน แต่ละครั้งเป็นนาน 3–4 วัน ลูกจะแยกจากแม่เด็ดขาดเมื่ออายุราว 4 ปี","ขนาดและน้ำหนัก":"มีขนาดใหญ่ตัวผู้หนัก 75–100 กิโลกรัม ตัวเมียหนัก 45–68 กิโลกรัม","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/12","VDO สารคดี":"https://youtu.be/9_0ZHf4dsko"},{"ชื่อภาษาไทย":"ช้างไทย","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Asian Elephant","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Elephas maximus","สิ่งที่น่าสนใจ":"เอกลักษณ์ของช้างที่รู้จักกันดีก็คือ อวัยวะพิเศษสองอย่าง นั่นคืองวง และงา งวงเป็นจมูกและริมฝีปากบนที่พัฒนาให้ยื่นยาวออกมาเป็นอวัยวะอเนกประสงค์ ใช้หยิบจับสิ่งของ เปล่งเสียง สูบน้ำ ส่วนงาเป็นเขี้ยวที่พัฒนาให้ใหญ่ขึ้นใช้เป็นอาวุธและงัดยกสิ่งของได้ ช้างเพศผู้มีงาเรียกว่า \"ช้างพลาย\" แต่บางตัวไม่มีงาเรียก \"ช้างสีดอ\" เพศเมียปกติไม่มีงาเรียก \"ช้างพัง\" แต่บางตัวอาจมีงาสั้น ๆ เรียกงาสั้นๆ นี้ว่า \"ขนาย\" หนังบริเวณลำตัวหนาราว 1.9-3.2 เซนติเมตร เป็นสัตว์กระเพาะเดียว มีฟัน 26 ซี่","ถิ่นอาศัย":"ช้างเป็นสัตว์ที่มีการกระจายพันธุ์ในกลุ่มประเทศเอเชียใต้ และกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้","อาหาร":"ช้างเป็นสัตว์กินพืชเป็นอาหาร ใช้เวลากินมากถึง 16 ชั่วโมงต่อวัน ประมาณร้อยละ 10 ของน้ำหนักตัว หรือประมาณวันละ 200-400 กก. ช้างย่อยอาหารได้เพียงร้อยละ 40 จากปริมาณทั้งหมดที่กินเข้าไป ร้อยละ 60 ของอาหารที่กินเข้าไปจะถูกขับถ่ายออกมา คืนแร่ธาตุต่างๆ ลงสู่ดิน มูลช้างคือปุ๋ย สำหรับต้นไม้ในป่า และเป็นอาหารให้แก่สัตว์อื่นๆ","พฤติกรรม":"เป็นสัตว์สังคม ฝูงช้างซึ่งเรียกว่า \"โขลง\" ประกอบด้วยตัวเมียที่เป็นญาติพี่น้องกันและช้างเด็ก โขลงมีช้างตัวเมียที่อาวุโสที่สุดซึ่งเรียกว่า \"แม่แปรก\" เป็นจ่าโขลง แต่ละโขลงมีสมาชิกประมาณ 6-7 ตัว ส่วนใหญ่ช้างออกหากินในเวลากลางคืน โดยจ่าฝูงจะเป็นผู้นำฝูงในการออกหากิน หาแหล่งน้ำหรือนำฝูงหนีศัตรู","สถานภาพปัจจุบัน":"บัญชีแดงของไอยูซีเอ็นจัดช้างเอเชียไว้ในประเภทที่มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ และไซเตสจัดไว้ในบัญชีหมายเลข 1","อายุเฉลี่ย":"อายุเฉลี่ยในป่าประมาณ 60 ปี ส่วนในสวนสัตว์ประมาณ 80 ปี","วัยเจริญพันธุ์":"ช้างเด็กตัวผู้เมื่อโตจนมีอายุได้ 6-7 ปีก็จะออกจากโขลงไปหากินโดยลำพัง เมื่ออายุได้ 20 ปีก็จะเริ่มผสมพันธุ์ได้ ช้างตัวเมียจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 10 ปี ตั้งท้องนานถึง 22 เดือน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว และแต่ละครอกห่างกันนานถึง 4 ปี ลูกช้างในฝูงอาจดูดนมจากแม่หรือจากช้างตัวอื่นในโขลงที่มีน้ำนมให้ดูด","ขนาดและน้ำหนัก":"ช้างเอเชียส่วนใหญ่มีขนาดความสูงช่วงไหล่ประมาณ 2-4 เมตร และมีน้ำหนักประมาณ 3,000-5,000 กิโลกรัม","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/2","VDO สารคดี":"https://youtu.be/HgNV8XW3joc"},{"ชื่อภาษาไทย":"เสือลายเมฆ","ชื่อภาษาอังกฤษ":"Clouded Leopard","ชื่อทางวิทยาศาสตร์":"Neofelis nebulosa nebulosa","สิ่งที่น่าสนใจ":"ตัวมีสีน้ำตาลแกมเขียวและมีลายเป็นวง ใหญ่คล้ายก้อนเมฆ หูด้านในมีสีอ่อน ด้านนอกเป็นสีเข้มและมีจุดขาวที่หลังหู หน้าผากมีจุดสีเข้มหลายจุด หางยาวใหญ่มากและมีจุดตลอดหาง ขาค่อนข้างสั้นและเท้าใหญ่","ถิ่นอาศัย":"พบในเนปาล สิกขิมไปทางตะวันออกจนถึงตอนใต้ของประเทศจีนและไต้หวัน ลงมาถึงพม่า ไทย มาเลเซีย บอร์เนียว และสุมาตรา ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค","อาหาร":"เสือลายเมฆกินสัตว์เล็กเช่น นก งู ลิง ค่าง จนถึงลูกสัตว์ใหญ่","พฤติกรรม":"ชอบอยู่และหากินบนต้นไม้มากกว่าบนพื้นดิน มักนอนบนกิ่งไม้เพื่อกระโดดลงมาจับสัตว์กิน หากินเวลากลางคืน มักอยู่เป็นคู่ช่วยกันล่าเหยื่อ","สถานภาพปัจจุบัน":"สิ่งมีชีวิตที่เกือบอยู่ในข่ายใกล้การสูญพันธุ์","อายุเฉลี่ย":"อายุยืนราว 17 ปี","วัยเจริญพันธุ์":"เสือลายเมฆเริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 2 - 3 ปี ระยะตั้งท้องนาน 90-95 วัน ออกลูกครั้งละ 2-4 ตัว ลูกหย่านมเมื่ออายุ 5 เดือน","ขนาดและน้ำหนัก":"","สถานที่ชม":"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว","URL":"https://www.zoodio.live/th/animals/1","VDO สารคดี":"https://youtu.be/Gjk-co7tMB4"}]